เลือกสีพื้นเพื่ออ่านบทความ >>> พื้นขาว พื้นดำ พื้นครีม

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563

CBGC 018 หลิวเฟยโจว


CBGC 018 หลิวเฟยโจว

ซงกวนมอบเคล็ดวิชาบรรพบุรุษของหยูเฟิงเจ่ว และ หวูเหลียงซาน ให้กับซูถิงหยุน

เคล็ดวิชานี้จะสามารถทำให้เธอบินในระดับความสูงที่ไม่มากนักได้ อีกทั้งสามารถเพิ่มความเร็วในการบินได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเธอต้องการที่จะบินในระดับสูงเป็นเวลานาน เธอต้องการเครื่องมือที่ช่วยในการบิน เพื่อที่เธอจะสามารถเอาชนะสัตว์จิตวิญญาณบิน

หวูเหลียงซานเป็นหนึ่งในเจ็ดนิกายที่ยอดเยี่ยมในดินแดนซวนหยวน อาจกล่าวได้ว่าเป็นนิกายชั้นนำที่มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับนักบ่มเพาะระดับหยวนหยิงมาอย่างยาวนาน และ ฮัวเย่วเหมิน ซึ่งเป็นนิกายอันดับหนึ่งในเจ็ดนิกาย ก็มีชื่อเสียงในเรื่องนางเซียนบิน

ฮัวเย่วเหมิน ไม่ได้ถูกเรียกชื่อนี้มาก่อน แต่หลังจากเหล่าเซียนได้ทะยานขึ้นสู่สวรรค์และดวงดาว เขาได้กล่าวไว้ว่า มีเพียงแค่สวรรค์และดวงดาวที่จะแข่งขันกับ ฮัวเย่ว ได้

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ป้ายชื่อที่หน้าประตูได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ฮัวเย่วเหมิน และชื่อก่อนหน้านี้ก็ถูกลืมไป

ในปัจจุบัน หวูเหลียงซานมีอาจารย์ระดับสูงที่สุดในดินแดนจิตวิญญาณ อาจารย์ไท่เฟิง ผู้อาวุโสกูเฟิงหยาง เขาเป็นคนที่เข้มแข็งที่รอดชีวิตและทะลวงผ่านระดับดินแดนหยวนหยิง เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดใน หวูเหลียงซาน มันเป็นเพียงแค่ว่าเขาไม่ค่อยปรากฏตัวและโดยทั่วไปจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของจงเหมิน (ศิษย์)

กฎของนิกายหวูเหลียงนั้นเรียบง่ายเช่นกัน นิกายไม่อนุญาตให้มีการร่วมมือกับ ม่อดาว เพื่อฝึกฝนเส้นทางเวทอาคม หรือส่งต่อให้ผู้อื่น

ศิษย์จงเหมินถูกห้ามมิให้ฆ่ากันเอง ไม่มีสิ่งอื่นใด แต่นี่เป็นเพียงแค่ภายในนิกายหวูเหลียง สถานที่ตั้งของหวูเหลียงซาน นั้นเป็นภูเขาสามยอด ตรงกลางคือ หวูเหลียงซาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำหนักหลัก ด้านซ้ายคือ ตำหนักเทียนเฟิง ซึ่งผู้อาวุโสไท่ซางพักอาศัยอยู่ และก็เป็นสถานที่ที่ซูถิงหยุนอยู่ในขณะนี้ ด้านขวาคือตำหนักไท่หยิง ซึ่งแบ่งออกเป็นหกวิหาร แต่ละวิหารจะมีผู้อาวุโสดินแดนหยวนหยิงดูแล

ถึงแม้ว่าเทพเซียนหลิงหวู จะอยู่ในดินแดนทองคำ แต่ก็มีคนที่อยู่เหนือเขา จริง ๆ แล้วอาจมีมากเกือบครึ่งหนึ่งของทรัพยากรของหวูเหลียงซานทั้งหมด มันเป็นสิ่งเดียวกันที่ดึงดูดอาจารย์ ถานเฟิงหยาง เจ้ารู้หรือไม่ว่าถานเฟิงหยางเป็นทารกที่ทรงพลังสามารถกลั่นสกัดสมุนไพรคุณภาพสูงได้

ถานเฟิงหยางมีอารมณ์รุนแรง แต่เขาไม่ใช่คนเลว แต่ศิษย์ของเขาค่อนข้างหยิ่ง ในทำนองเดียวกัน ตราบใดที่เซียนในหุบเขาทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา ชีวิตก็จะดำเนินไปได้ค่อนข้างดี ไม่เช่นนั้น คนจำนวนมากจะไม่ก้มหัวเพื่อฝึกซ้อมที่นี่ แต่เพื่อชีวิตที่ดี มันควรทำงานให้เสร็จ การลงโทษก็น่ากลัวเช่นกัน หากพวกเขาทำให้อาจารย์ถานผู้ที่ต้องการยาขุ่นเคือง พวกเขาจะต้องทุกข์ใจ

โดยทั่วไป ตราบใดที่พวกเขาไม่พบกับสถานการณ์พิเศษ คนส่วนใหญ่สามารถทำงานได้สำเร็จและตรงเวลา แต่เวลานี้แมลงทองคำนับว่าเป็นอุบัติเหตุที่หาได้ยากมาก

ซูถิงหยุนพยายามแยกแยะข้อมูลที่เธอได้รับ โดยรวมแล้ว ศาลาเทียนซวน ไม่ใช่สถานที่ที่แย่มาก ตราบใดที่เธอสามารถทำงานให้เสร็จได้ในเวลาที่กำหนด มันก็สามารถรับประกันความปลอดภัยในชีวิตของเธอได้!
 
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ซูถิงหยุนก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น เธอสามารถค้นพบแมลงทองคำลำดับที่สี่ ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเธอมีความสามารถในการทำการเกษตร และไม่ควรยากที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ
 
หลังจากอ่านคัมภีร์ เพื่อเริ่มฝึก หยูเฟิงเจ่ว ท้ายที่สุดมันเป็นเคล็ดวิชาพื้นฐานที่สุด มันไม่ยากที่จะทำ

อย่างไรก็ตาม ซูถิงหยุนก็ยังต้องใช้เวลาเจ็ดหรือเจ็ดชั่วโมงครึ่งถึงจะเกิดความเชี่ยวชาญ ลมปราณของเธอรวมตัวกันบนฝ่าเท้าของเธอและเธอก็ค่อยๆยกตัวเองขึ้นจากพื้นดินหนึ่งนิ้ว สองนิ้ว หนึ่งฟุต สองฟุตและในที่สุดเธอก็สามารถบินได้อย่างช้าๆในอากาศ การบินไปในอากาศนั้นเผาผลาญพลังลมปราณของเธอ

ในขณะที่เธอบินอยู่กลางอากาศ เธอรู้สึกว่าพลังลมปราณในร่างกายของเธอใกล้จะหมดลง และกำลังที่จะตกลงไป โชคดีที่เธอไม่ได้บินสูงมาก 

หากเจ้าต้องการบินนานขึ้น เจ้าต้องเพิ่มความเข้มข้นและปริมาณพลังลมปราณ ซึ่งมันได้มาจากระดับการฝึกฝนในขั้นสูง
 
มันไม่ดี ถ้าเจ้าไม่ฝึกฝน! โลกนี้มีแต่ความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง และเจ้าจะถูกรังแกหากเจ้าอ่อนแอ และพลังลมปราณของเจ้าก็เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเจ้าอย่างใกล้ชิด เธอไม่ขี้เกียจ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซูถิงหยุนก็ลดเวลาในการนอนลงครึ่งหนึ่งเพื่อใช้ในการฝึกสมาธิเข้าฌาณ เธอรู้สึกว่าตัวเองฝึกหนักมาก แต่ความคืบหน้ากลับมีเพียงเล็กน้อย

ผ่านไปสองเดือน ซูถิงหยุนนั่งข้างเทียนกัน (แปลงเพาะปลูก) และมองดูเมฆสีขาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าสีฟ้าเหนือศีรษะ ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

ยูคาน (?) ไม่ได้บอกว่า ระดับการกลั่นสกัดไอหมอกเป็นระดับแรก และความเร็วของความก้าวหน้านั้นจะเร็วมาก โดยเฉพาะในระดับขั้นหนึ่งและขั้นสอง ตราบใดที่เจ้าขยัน เจ้าสามารถทะลวงผ่านระดับแรกไปถึงระดับที่สองได้ภายในหนึ่งเดือนได้หรือไม่?
 
เธอฝึกมาสองเดือนแล้ว แต่ต้องบอกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก เธอเคยคิดว่าชีวิตเป็นเรื่องยาก แต่เธอไม่คาดหวังว่าจะหยุดการฝึกฝน ไม่น่าแปลกใจเลยที่การฝึกฝนนั้นปราศจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ระดับพลังการบ่มเพาะคนเหล่านั้นอาจล่าช้า หากการบ่มเพาะหายไปสองสามชั่วโมง ...
 
ซูถิงหยุนจำตอนที่พบชูหลิงในตอนแรก ๆ ได้ พวกเขาบอกว่าคุณสมบัติของเธอแย่มาก ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นเป็นความจริง เห็นได้ชัดว่าคุณสมบัติของเธอต่ำกว่าคนทั่วไปและเธอก็ต้องดิ้นรนกับความยากจนนี้...

โชคดีที่การทำเกษตรของเธอเป็นงานที่ดีและเธอประสบความสำเร็จในเดือนนี้
 
เมื่อมองไปที่สมุนไพรหญ้าหลิงฉีที่งอกงาม ซูถิงหยุนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในขณะที่ยังถอนหายใจ ทันใดนั้น ใครบางคนได้เร่งรีบเข้ามา ผู้นำกลุ่มคือซงกวน แม้ว่าเขาจะเดินมาข้างหน้า แต่เขาก็หันไปมองชายผู้อยู่ข้างหลังเขาด้วยท่าทางราบเรียบ แล้วพูดว่า "อาจารย์หลิวอยู่ที่นี่"
  
"เธอปลูกไม้หอมม่วงและหญ้างูจิตวิญญาณล่าสุด!" ซงกวนซือชี้ไปที่ซูถิงหยุน ผู้ซึ่งกำลังนอนอยู่บนเสื่อฟางข้างๆเทียนกัน "นางเว่ย ผู้อาวุโสมาถึงที่นี่แล้ว เจ้ายังไม่ลุกขึ้นและกล่าวคำทักทายอยู่อีก!"
 
เอ่อ เธอเป็นหญิงชรา อายุ 70 ​​ปีแล้ว และเขายังต้องการที่จะให้ลุกขึ้นมาทำเช่นนั้นหรือไม่? ในเวลานี้ซูถิงหยุนดูเหมือนจะลืมว่าเธอมีหัวใจสาวน้อยของเธอ หลังจากที่เธอลุกขึ้นและหันหน้ากลับไปมอง เธอเห็นว่าคนที่อยู่เบื้องหลังซงกวนซือ สวมเสื้อคลุมสีขาวและมีดาบยาวพันรอบเอวของเขา เขาอาจจะไม่สามารถเทียบเซียงกงผู้ยอดเยี่ยมนั้นได้มาก แต่มันก็ทำให้ดวงตาของผู้คนกระฉับกระเฉง
 
น่าเสียดายที่ผิวพรรณที่เกิดมาอาจจะดูดี แต่ลักษณะบุคลิกไม่ค่อยดีนัก ชายหนุ่มขมวดคิ้ว "ผู้เฒ่าคนนี้ใช่หรือไม่?" เขากล่าว ก่อนที่เขาจะเหยียดมือออกไปและคว้าอากาศ ก่อนที่ซูถิงหยุนจะทันได้ตอบสนอง ร่างของเธอพลันถูกดึงเข้าไปด้วยด้วยพละกำลังอันทรงพลัง น้ำหนัก80 ชั่งที่เหมือนกับแมวพลันตกอยู่ในมือของบุคคลนั้นโดยสมบูรณ์
(ตรงนี้ทางอิ้งใช้คำว่า 40 ปอนด์ =18กก. เราคาดว่าเขาน่าจะสื่อว่า 40 กิโลกรัม? เอาเป็นว่า อย่าใส่ใจเลย)

"ผู้เฒ่าโปรดมากับข้า" เขาพูดโดยไม่รอให้ใครตอบ ชายหนุ่มในชุดสีขาวพุ่งขึ้นไปในอากาศบินออกไป ราวกับนกกระเรียนขาวที่กางปีกโผบิน คอของซูถิงหยุนอยู่แนบติดกับเสื้อผ้าของเขาจนเกือบจะหายใจไม่ออก แต่โชคดีที่เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว บินด้วยอาคมเวท ในทันทีทันใด เขาคลายมือของเขาแล้วเหวี่ยงซูถิงหยุนในขณะที่อยู่ในระดับความสูง 50 วาจากพื้น หากเธอไม่ได้เรียน สายลมหลวง (Royal Wind) เธอคงตายหรือไม่ก็พิการไปแล้ว

บ้าจริง มีเพียงแค่ผู้มีความแข็งแกร่งในดินแดนบ่มเพาะเท่านั้นถึงจะอยู่รอด

หลังจากลงจอด หลิวเฟยโจว ก็เปิดประตูเพื่อมองดูอุโมงค์บนภูเขา "ข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้าปลูกพืชสมุนไพร"
 
มันเป็นโอกาสที่เขาค้นพบว่าสมุนไพรที่ปลูกโดยผู้เฒ่านั้นมีความอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ การใช้สมุนไพรของเธอ ทำให้อัตราการปรุงยาของเขาดีขึ้น เขาเป็นเพียงนักปรุงยา เขาเพิ่งเรียนรู้จากอาจารย์มาสองปี อัตราความสำเร็จมีเพียง 2ใน10 อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยาสมุนไพรเรกิระดับต่ำที่กลั่นสกัดมาจากไม้หอมม่วงและหญ้างูจิตวิญญาณ เขาพบว่าเปอร์เซ็นต์ของ เฉิงถาน (ความสำเร็จ) ของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 4ใน10!
 
แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นยาเรกิในระดับต่ำ มันเป็นยาระดับขั้นต้น แต่อัตราของความสำเร็จของมันนั้นก็น่าทึ่งมาก เพราะแม้ว่า อาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญทำการกลั่นสกัด อาจจะมีอัตราความสำเร็จ 8ใน10 แต่เมื่อทำการกลั่นสกัดยาระดับสูง ความสำเร็จของเขาจะมีอัตราความสำเร็จเพียง 2ใน10 ถึง 3ใน10

ยาระดับสูงนั้นมีราคาแพงและไม่สามารถใช้งานได้ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านปรุงยานั้นมีสถานะที่สูงมากและได้รับการสนับสนุนจากบรรพบุรุษ
 
เมื่อเร็ว ๆ นี้ พวกเขาจะจัดการแข่งขันระหว่างศิษย์ทั้งสี่ เฉพาะผู้ที่ชนะเท่านั้นที่จะสามารถเป็นศิษย์คนสนิทของอาจารย์ได้ เขาเริ่มต้นช้าไป แม้ว่าเขาจะมีความสามารถมาก ครั้งนี้เขาอาจจะไม่ได้เป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ผู้เฒ่าคนนี้คือความหวังของเขา เธอคือกุญแจสู่ชัยชนะของเขา
 
"สมุนไพรแบบไหนกันนะ?" ซูถิงหยุนใช้เคล็ดวิชาหยูเฟิงเจ่วเพื่อพยายามลงจอด แต่ความสูง 50 วา มันทำให้เธอต้องระมัดระวังมากขึ้น ก่อนถึงพื้นเธอสะดุดจนร่วงลงมา จนก้นกระแทกกับพื้น แม้ว่าจะไม่หนักมา

ในขณะที่เธอยังนั่งบนพื้น เขาร่ายเรียงรายชื่อพืชสมุนไพรออกมาอย่างไม่ขาดสาย ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างกระวนกระวาย
 
"พืชน้ำไร้ราก จิ้งหรีดยาว กล้วยไม้หัวใจเหล็ก..."
 
พืชสมุนไพรสองในสามที่กล่าวมา ผู้เพาะปลูกจะต้องมีระดับบ่มเพาะ อย่างน้อยในระดับฌาณขั้นกลาง

ซูถิงหยุนโบกมือของเธอแล้วพูดว่า "ข้ามีระดับบ่มเพาะแค่ขั้นที่หนึ่งเพียงเท่านั้น ข้าไม่สามารถเพาะปลูกสมุนไพรระดับสองได้"
 
"เจ้าไม่ต้องกังวลกับมัน" หลิวเฟยโจวหยิบขวดหยกออกมา "นี่คือขวดยา หลิงเฉียวถาน ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เจ้าสามารถทะลวงผ่านระดับฌาณขั้นสอง"

หลิงเฉียวถานเป็นยาระดับสอง สำหรับเซียนทั่วๆ ไป นี่เป็นสิ่งที่มีค่ามาก ด้วยคุณสมบัติของผู้เฒ่า มันยากที่เธอจะสามารถทะลวงผ่านระดับที่สูงขึ้นไปได้ แต่เขาก็ยินดีที่จะมอบประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ผู้เฒ่าควรที่จะรู้สึกขอบคุณเขา

หลิวเฟยโจว รอผู้เฒ่าที่กำลังเกาศีรษะ เพื่อกล่าวคำขอบคุณ

ในขณะที่เธอไม่ได้คาดหวังกับเหตุการณ์นี้ เธอมีความสุขมากหลังจากรับขวด ก่อนจะขมวดคิ้วและถามว่า "มีผลข้างเคียงหรือไม่?"
 
มันเป็นยาที่มีพิษระดับสาม ภายในขอบเขตของการบ่มเพาะนี้ มันเป็นผลิตภัณฑ์ของซานหวู (sanwu???) แม้ว่าซูถิงหยุนจะไม่รู้จักโลกนี้มากนัก แต่เธอก็รู้ว่ายาขั้นสูงอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอน เมื่อปีนป่ายขึ้นไป ถ้าไม่ใช่การก้าวขึ้นไปทีละขั้น เจ้าจะไม่สามารถใช้ทางลัดได้ใช่หรือไม่?

"ไร้สาระ! เจ้าสงสัยว่าข้ามอบยาปลอมให้เจ้าใช่หรือไม่!" หลิวเฟ่ยโจวโกรธมาก เขาเตะไปที่พื้นข้าง ๆ ซูถิงหยุน และเขาก็โล่งใจมากที่เขาหยุดเท้าไว้แค่นั้น ในขณะที่มองดูผู้เฒ่าที่หลับตาปี๋ เขาถ่มน้ำลาย ก่อนจะตะคอกอย่างเย็นชา "นี่คือยาที่เต็มไปด้วยความพลัง ที่ข้าปรุงขึ้นมาอย่างเข้มข้น แม้แต่อาจารย์ก็ยังชื่นชมข้า ถ้าไม่ใช่เพราะว่า ข้าต้องการให้เจ้าปลูกสมุนไพร ข้าจะเอาของมีค่าแบบนี้ให้เจ้าทำไมกัน?"
 
หลังจากพูดแล้ว หลิวเฟ่ยโจวก็ชำเลืองมองซูถิงหยุนที่นั่งอยู่บนพื้น "เจ้ามีคุณสมบัติไม่ดีมาก หากเจ้าไม่มียาเพื่อช่วยเจ้าในการบ่มเพาะ เจ้าจะไม่สามารถทะลวงผ่านระดับฌานได้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าที่จะพัฒนาในอนาคต แต่ระดับการบ่มเพาะอาจจะหยุดชะงัก แล้วมันจะสำคัญอย่างไร? จำไว้ว่าข้าไม่ได้ทำร้ายเจ้า แต่ข้าส่งมอบความโชคดีให้กับเจ้า" หลังจากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าและพูดว่า "เจ้าอายุ 70 ปี มันก็เป็นอย่างนี้ มันก็แค่ขยะ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น